ใครที่ทำงานด้านไฟฟ้า ในโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเคยได้ยินหรือรู้จัก แคล้มมิเตอร์ ที่เป็นอุปกรณ์ใช้สำหรับวัดค่ากระแสไฟฟ้า ที่ไหลในวงจร โดยไม่ต้องดับไฟหรือหยุดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยแปลงออกมาเป็นตัวเลข ได้แบบง่าย ๆ รวดเร็ว และแม่นยำ เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับงานช่างเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเรารู้หลักการใช้งานแคล้มมิเตอร์แต่ละประเภทแบบถูกวิธี ก็จะทำให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ในระยะยาว มาดูกันว่าจะมีแบบไหนบ้าง แล้วใช้งานได้อย่างไร

วิธีการใช้งานของแคล้มมิเตอร์
การใช้แคล้มมิเตอร์ ในการวัดค่ากระแสไฟแบบรวดเร็ว ได้ค่ากระแสไฟที่เป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ มีวิธีใช้ง่าย ๆ แค่เพียงคล้องมิเตอร์เข้าสายไฟเพียงเส้นเดียว แล้วก็วัดค่าได้แล้ว โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะทดสอบ
- มิเตอร์วัดแบบดิจิตอล สามารถทำไปคล้องที่สายไฟได้ ในขณะที่มีการจ่ายไฟอยู่
- มิเตอร์วัดแบบกระแสไฟฟ้ารั่ว สามารถตรวจจับความแตกต่างของกระแสไฟฟ้าที่ไหลออกและไหลเข้าได้ ด้วยการนำสายไฟฟ้าทั้งสองลอดผ่านแคลมป์
- มิเตอร์วัดแบบอนาล็อก มีการใช้งานเหมือนแบบดิจิตอล แต่จะแสดงผลแบบอนาล็อก
ประเภทการใช้ของแคล้มมิเตอร์
แคล้มมิเตอร์แต่ละแบบถูกออกแบบมาให้มีการใช้งานที่แตกต่างกัน หากใช้งานเกินขีดจำกัดหรือแตกต่างจากคุณสมบัติเฉพาะอาจทำให้เกิดอันตรายและความผิดพลาดในการวัดค่าไฟฟ้าได้ โดยจะแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มด้วย CAT (Measurement Category) ดังนี้
- CAT I: การวัดแรงดันไฟฟ้าในวงจรที่ผ่านการป้องกันแล้ว เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานต่ำ เป็นต้น
- CAT II: การวัดไฟกับอุปกรณ์ที่ต่อผ่านจุดแยกไฟในอาคาร เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน,เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบใช้สายถอดได้ เป็นต้น
- CAT III: การวัดไฟฟ้าในอุปกรณ์ที่ติดตั้งโดยการต่อสายไฟโดยตรงกับระบบ เช่น เบรกเกอร์,แผงควบคุมไฟฟ้า
- CAT IV: การวัดไฟฟ้าที่จุดแยกไฟเข้าระบบหรืออาคาร เป็นจุดที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันหลัก เช่น ด้านหลังของหม้อแปลงไฟฟ้า